อัปเดตปี 2026! 5 อันดับ ประเทศที่มีสาขา 7-Eleven มากที่สุดในโลก

อัปเดตปี 2026! 5 อันดับ ประเทศที่มีสาขา 7-Eleven มากที่สุดในโลก

อัปเดตปี 2026! 5 อันดับ ประเทศที่มีสาขา 7-Eleven มากที่สุดในโลก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิด 5 อันดับ ประเทศที่มี 7-Eleven มากที่สุดในโลก ปี 2026 ไทยติดอันดับต้น ๆ

7-Eleven ยังคงครองตำแหน่งเชนร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยในปี 2026 นี้ ทั่วโลกมีสาขารวมกันมากกว่า 85,000 แห่ง ในกว่า 20 ประเทศ ซึ่งภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นตลาดหลักที่มีจำนวนสาขาหนาแน่นที่สุด โดยมีอันดับดังนี้:

ตารางสรุป 5 อันดับประเทศที่มีสาขา 7-Eleven มากที่สุด

อันดับ ประเทศ จำนวนสาขาโดยประมาณ (ปี 2026)
1 ญี่ปุ่น (Japan) 21,600+
2 ไทย (Thailand) 14,800+
3 สหรัฐอเมริกา (USA) 12,300+
4 เกาหลีใต้ (South Korea) 11,000+
5 ฟิลิปปินส์ (Philippines) 5,000+

รายละเอียดที่น่าสนใจของแต่ละประเทศ

  • ญี่ปุ่น: ยังคงรั้งอันดับ 1 ของโลก โดยมีการปรับรูปแบบร้านให้เป็นไลฟ์สไตล์มอลล์ขนาดเล็ก เน้นอาหารสดและบริการที่ครบวงจร ซึ่งเป็นต้นแบบในการขยายสาขาไปทั่วโลก
  • ไทย: ครองอันดับ 2 และเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน ภายใต้การบริหารของ CP ALL ที่ขยายสาขาครอบคลุมทั้งในสถานีบริการน้ำมันและชุมชน
  • สหรัฐอเมริกา: มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการเข้าซื้อกิจการเชนร้านสะดวกซื้ออื่นๆ (M&A) และมีแผนขยายเพิ่มอีกกว่า 500 แห่งภายในปี 2027
  • ฟิลิปปินส์: เป็นอันดับ 5 ที่น่าจับตา โดยในปี 2026 นี้มีแผนจะขยายสาขาให้ทะลุ 5,000 แห่ง โดยเน้นหนักในพื้นที่วิซายัสและมินดาเนา

iStockphoto

ทิศทางการเติบโตในอนาคต

Seven & i Holdings บริษัทแม่ในญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายใหญ่ที่จะขยายสาขาให้ครบ 100,000 แห่งใน 30 ประเทศภายในปี 2030 โดยมุ่งเน้นการขยายตัวไปยังทวีปยุโรป ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง รวมถึงการปรับปรุงระบบซัพพลายเชนเพื่อรองรับสินค้าประเภทอาหารพร้อมทาน (Ready-to-eat) ให้มีคุณภาพเทียบเท่าสาขาในญี่ปุ่น

สรุปสถิติจำนวนสาขา

จำนวนสาขาของ 7-Eleven สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบายและการเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในเอเชียที่ร้านสะดวกซื้อกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันอย่างสมบูรณ์แบบ

  1. Seven & i Holdings Co., Ltd. (Official)
  2. Business Inquirer
  3. LocationsCloud (USA Data 2026)
  4. The Straits Times
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล